กระเบื้องไดนาสตี้

กระเบื้องไดนาสตี้

กระเบื้องไดนาสตี้

ในการเลือกใช้กระเบื้องที่เน้นราคาถูกในท้องตลาดผู้บริโภคหลายๆท่านจะต้องนึกถึง

กระเบื้องยี่ห้อไดนาสตี้ เป็นอันดับแรก สินค้า กระเบื้องไดนาสตี้ มีทั้งกระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องบุผนังที่ขายทั้งปลีกและขายส่ง
อีกทั้งไดนาสตี้ยังมีโรงงานผลิตกระเบื้องเป็นของตัวเองจึงสามารถควบคุมราคาของสินค้าได้เป็นอย่างดี
และสินค้ามีราคาแบบย่อมเยา นอกจากนี้ กระเบื้องไดนาสตี้ ยังมีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการเป็นผู้นำกระเบื้องเซรามิคในท้องตลาดอีกด้วย
สำหรับกระเบื้องไดนาสตี้สามารถหาซื้อได้ง่ายเพราะไดนาสตี้มีสาขาย่อยหลายสาขาทั่วประเทศไทย
ตัวสินค้านอกจากจะมีความหลากหลายของกระเบื้อง เกรดของกระเบื้อง
ลวดลายของกระเบื้องและรวมไปถึงการหาซื้อได้ง่าย
สะดวกสบายต่อผู้บริโภคจึงทำให้ไดนาสตี้เป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้บริโภคที่นิยมใช้มากที่สุด
การขยายสาขาของไดนาสตี้แต่ละจังหวัดจะใช้ชื่อว่า ตลาดนัดกระเบื้องไดนาสตี้
ซึ่งชื่อนี้สามารถบ่งบอกความหลากหลายของสินค้าและราคาของสินค้าได้อย่างชัดเจน

กระเบื้องไดนาสตี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กระเบื้องบุผนัง
และกระเบื้องปูพื้น สำหรับกระเบื้องบุผนังของไดนาสตี้จะมีขนาดอยู่ที่ 8x12”
แค่ขนาดเดียวและผิวหน้าจะเคลือบมันเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาดผนัง
มีลวดลายหลากหลายให้ผู้บริโภคได้เลือกตามความชอบ
ส่วนใหญ่กระเบื้องบุผนังของไดนาสตี้จะเน้นลวดลายแนวธรรมชาติ
ลายสัตว์บกและสัตว์น้ำ ลายดอกไม้ ลายปะการัง ลายการ์ตูน
เป็นต้น และสีที่เคลือบกระเบื้องจะเน้นสีที่โทนอ่อน เฉดสีชมพู
สีเขียว และสีฟ้าเป็นส่วนใหญ่
เมื่อนำมาใช้ปูผนังบ้านหรือห้องน้ำจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกผ่านคลายในส่
วนของกระเบื้องปูพื้นของไดนาสตี้จะมีขนาด 8x8” , 12x12” , 16x16”
มีทั้งแบบหยาบสำหรับปูพื้นห้องน้ำและแบบเรียบสำหรับปูพื้นทั่วไป
ลวดลายแต่ละขนาดยังคงเน้นธรรมชาติ ลายสัตว์น้ำ ลายดอกไม้ ลายตาราง
ลายคลาสสิก ลายไม้ และแบบเรียบไม่มีลาย เป็นต้น

กระเบื้องไดนาสตี้

ผู้บริโภคหลายๆท่านอาจมีความคิดเห็นว่ากระเบื้องไดนาสตี้มีราคาถูกผลิตภัณฑ์อาจมีคุณภาพที่ไม่ดี
ทั้งนี้กระเบื้องไดนาสตี้แต่ละชนิดที่มีราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นๆเพราะไดนาสตี้สามารถส่งมอบกระเบื้อง

ให้แก่ผู้บริโภคได้โดยทางตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางจึงทำให้มีราคาย่อมเยากว่ายี่ห้ออื่น
ส่วนในเรื่องของคุณภาพกระเบื้องไดนาสตี้มีคุณภาพที่เป็นมาตรฐานทั่วไปกับกระเบื้องยี่ห้ออื่นๆ
ที่มีทั้งเกรด A และเกรด B ให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมและงบประมาณ

กระเบื้องไดนาสตี้
ปัจจัยสำคัญของความสวยงามเมื่อนำกระเบื้องไปใช้คือ ช่างปูกระเบื้อง
เมื่อผู้บริโภคเลือกช่างปูกระเบื้องที่มีความรู้ความเข้าใจ
กระเบื้องของผู้บริโภคจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ดังนั้นการเลือกซื้อกระเบื้องจึงต้องควรศึกษาให้ละเอียดทั้งตัวผลิตภัณฑ์และช่างปูกระเบื้องอีกด้วย

ข่าวเกี่ยวกับ กระเบื้องไดนาสตรี้ ในอดีต

เซรามิกยังรุ่งแข่งกันไม่แรง ไดนาสตี้ผลิตวันละ 9,000 ตร.ม.

เรียบเรียงจาก : ผู้จัดการรายวัน
ประจำวันที่ : 16 พ.ย. 33


โรแยลเซรามิก/15 พ.ย.2533 – กลุ่มโรยัลเซรามิคของตระกูล “สังขทรัพย์” ทุ่มครั้งใหญ่กว่า 400 ล้านบาท เปิดบริษัทในเครือข่าย “โรแยลฟอลร์ไทล์” ผลิตกระเบื้องปูพื้น “ไดนาสตรี้” กำลังการผลิตกว่า 9 พันตารางเมตรต่อวัน มองอนาคตเซรามิคการแข่งขันไม่รุนแรง ความต้องการสินค้าเพิ่มเร็วมาก


 
ยงยศ ปาละนิติเสนา

นายยงยศ ปาละนิติเสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรแยลฟอลร์ไทล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือโรแยลเซรามิค เปิดเผยถึงการลงทุนบริษัท โรแยลฟอลร์ไทล์ ต่อ “ผู้จัดการรายวัน” ว่า บริษัทดังกล่าวใช้เงินลงทุนจำนวน 400 ล้านบาท ทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาท โรงงานตั้งที่จังหวัดสระบุรีบนเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ เพื่อผลิตกระเบื้องปูพื้นขนาด 8x8 ชนิดเดียวใช้ชื่อ “ไดนาสตี้” มีกำลังผลิตรวมทั้งโครงการจำนวน 9,500 ตร.ม.ต่อวัน

นายยงยศ กล่าวว่า การผลิตดังกล่าวบริษัทได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ จำนวนการผลิต 4,000 ตร.ม.ต่อวัน ส่งออก 80% ตามเงื่อนไขบีโอไอ ซึ่งบริษัทยังไม่ได้ผลิตส่วนที่ได้รับการส่งเสริม ปัจจุบันบริษัทผลิตส่วนที่ไม่ได้ขอรับการส่งเสริมจำนวน 5,500 ตร.ม.ต่อวัน โดยได้เริ่มผลิตมาตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนที่ไม่ได้ขอบีโอไอผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเกือบทั้งหมด

สาเหตุที่บริษัทยังไม่ผลิตส่วนที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ เนื่องจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่สงบ หากผลิตเพื่อส่งออกในช่วงนี้เลยบริษัทจะต้องขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะต้นทุนการผลิตจะสูง การส่งออกก็มีปัญหา สืบเนื่องจากการปรับราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัฐบาล ซึ่งบริษัทใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิต จึงส่งผลให้บริษัทต้องปรับราคาไปแล้วประมาณ 5% จากที่ ปตท.ได้ปรับราคาก๊าซโดยไม่บอกล่วงหน้า 3 ครั้ง ภายในเดือนกันยายนประมาณ 25%

นายยงยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องจักรที่ใช้ในการผลิตจะใช้เครื่องจักรของประเทศอิตาลี โดยการผลิตจำหน่ายในประเทศเครื่องจักรมีมูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท หากตัดสินใจผลิตเพื่อส่งออกตามเงื่อนไขบีโอไอจะเพิ่มเครื่องจักรอีก 1 ชุด โดยลงทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 250 ล้านบาท ทั้งนี้ ในระยะแรกของการผลิตจะใช้พื้นที่ครึ่งของทั้งหมด หลังจากนั้นเมื่อผลิตเพื่อส่งออกจะขยายได้เต็มพื้นที่ทันที

นายยงยศ กล่าวต่อไปอีกว่า การใช้กระเบื้องปูพื้นในประเทศมีอัตราเติมโตประมาณปีละ 20-30% ตลาดต่างจังหวัดจะมีความต้องการมากกว่าในกรุงเทพฯ ในปี 33 บริษัทตั้งเป้าการจำหน่ายประมาณ 100 กว่าล้านบาท ปี 34 ประมาณ 300 ล้านบาท ทั้งนี้ มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10% ของผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง 4 ราย ส่วนตลาดต่างประเทศได้เริ่มสั่งกระเบื้องปูพื้นจากไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ฮ่องกง สิงคโปร์

สำหรับเหตุการณ์ในตะวันออกกลางสงบ บริษัทจะเริ่มการผลิตเพื่อส่งออกตามเงื่อนไขบีโอไออันที เนื่องจากผู้ผลิตต่างประเทศบางราย อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียได้ลดปริมาณการผลิตกระเบื้องปูพื้น โดยหันไปผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิคตัวอื่นแทน โอกาสนี้นับว่าดีมากสำหรับการขยายตลาดต่างประเทศของบริษัท

“หากบริษัทส่งออกตามเงื่อนไข 80% คาดว่าตลาดหลักจะอยู่ที่สหรัฐฯ ฮ่องกง และสิงคโปร์ มีมูลค่าส่งออกประมาณปีละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ คู่แข่งของไทยที่กำลังตีตลาดกระเบื้องปูพื้นขณะนี้ คือ อิตาลี บราซิล และสเปน อย่างไรก็ตาม คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะการส่งออกต้องใช้กระเบื้องเกรดเอออกไปแข่งขันกับตลาดต่างประเทศอยู่แล้ว”

นายยงยศ กล่าวด้วยว่า การแข่งขันอุตสาหกรรมประเภทดังกล่าวในปี 34 คาดว่าจะไม่รุนแรงเพราะความต้องการตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ในปีนี้จะมีการแข่งขันรุนแรงเนื่องจากผู้ผลิตหลายรายต่างเริ่มขยายการผลิตมากขึ้น เชื่อว่าถึงแม้อุตสาหกรรมก่อสร้างในปีนี้หรือปีหน้าจะไม่ดี แต่อุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้นจะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่จะโตในอุตสาหกรรมก่อสร้าง