web counter
Treetouch Blog
ReadyPlanet.com
dot
dot
ค้นหากระเบื้อง

dot
dot
กระเบื้องเดอะตรีทัช New
dot
bulletกระเบื้องลายโบราณ Blezz
bulletกระเบื้อง Subways Blezz
bulletกระเบื้องสระว่ายน้ำ Blezz
bulletกระเบื้องหกเหลี่ยม Blezz
bulletกระเบื้องลายหินอ่อน Blezz
dot
กระเบื้องลายไม้
dot
bulletกระเบื้องลายไม้
bulletกระเบื้องลายไม้ 15x60
bulletกระเบื้องลายไม้นำเข้า 15x60
bulletกระเบื้องลายไม้ 20x120
bulletกระเบื้องลายไม้ 15x90
bulletกระเบื้อง ไดนาสตี้
bulletกระเบื้องลายไม้ ขายดี
bulletผลงานกระเบื้องลายไม้ 2018
bulletกระเบื้องลายไม้ 2021
dot
กระเบื้องลายโบราณ Blezz
dot
bulletกระเบื้องพิมพ์ลาย
bulletกระเบื้องเขียนลายด้วยมือ
bulletอัลบั้มรูปลายโบราณ
bulletผลงานลูกค้ากระเบื้องลายโบราณ
bulletกระเบื้องลายโบราณ 2018
bulletกระเบื้องลายโบราณ ปี 2020
dot
กระเบื้องสระว่ายน้ำ Blezz
dot
bulletกระเบื้องสระน้ำ TG
bulletกระเบื้องสระน้ำ GP
bulletกระเบื้องสระว่ายน้ำ Sukabumi
bulletกระเบื้องสระว่ายน้ำ TCI
bulletกระเบื้องสระว่ายน้ำ Kera
bulletกระเบื้องสระว่ายน้ำ Cotto
bulletยาแนวสระว่ายน้ำ
bulletปูนปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ
bulletระบบกันซึมสระว่ายน้ำ
bulletวิธีการปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ
bulletทีมงานช่างปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ
bulletผลงานกระเบื้องสระว่ายน้ำ 2017
dot
สินค้าขายดีของเดอะตรีทัช
dot
bulletจระเข้ Cera
bulletBASF
bulletหินโบราณ
bulletหินเทียม Suzuka
bulletกระเบื้องเคนไซ
bulletกระเบื้อง RCI
bulletคอนกรีตบล๊อค
bulletตะแกรงสระว่ายน้ำ
bulletเครื่องตัดกระเบื้อง
bulletป้ายบ้านเลขที่เซรามิค
bulletเครื่องวัดค่า PH สระว่ายน้ำ
bulletเวเบอร์
dot
กระเบื้องปูพื้น
dot
bulletแกรนิตโต้
bulletกระเบื้องโรงรถ
bulletกระเบื้องห้องน้ำ
bulletกระเบื้องห้องครัว
bulletกระเบื้องไดนาสตรี้
bulletกระเบื้องโสสุโก้
bulletกระเบื้องลดราคา
dot
งานหลังคา Mr.Roof
dot
bulletรับเหมามุงหลังคา TOL
bulletหลังคา UPVC
bulletหลังคา APVC
bulletหลังคาตราเพชร
bulletโครงหลังคาสำเร็จรูป
dot
งานหินธรรมชาติ
dot
bulletหินภูเขา
bulletหินกาบ
bulletหินกาบป่า
bulletหินทราย
dot
งานแสดงสินค้าในประเทศ
dot
bulletงาน BIG+BIG April 2016 BITEC Bangna
bulletงานเเสดงสินค้า TIDE
bulletงานสถาปนิก 58
bulletงานอาคิเทค2014
bulletงานสถาปนิก57
dot
งานแสดงสินค้าในประเทศ
dot
bulletงานเเสดงสินค้าที่ประเทศมัลดีฟส์ 2016
bulletลาวไอเต็ก 2555
bulletกัมพูชา 2555
dot
บทความเดอะตรีทัช
dot
bulletสไตล์การตกแต่งบ้าน
bulletเทคนิคออกแบบกระเบื้องห้องน้ำ ให้ได้ทั้งประโยชน์และความงามครบ
bullet5 ข้อได้เปรียบของกระเบื้องลายไม้
bulletแบบบ้านต่างๆ
bulletบทความตกแต่งบ้าน
dot
dot
bulletลายกระเบื้องลานจอดรถ
bulletลายกระเบื้องปูพื้น
bulletลายกระเบื้องห้องน้ำ
bulletลายกระเบื้องสระว่ายน้ำ
dot
การปูกระเบื้อง
dot
bulletวิธีการปูกระเบื้องเคนไซ
bulletการปูกระเบื้องดินเผา
bulletการปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ
bulletการปูกระเบื้องผนัง
bulletวิธีการปูกระเบื้องหลังคาว่าว
dot
หลักสูตรอบรมเดอะตรีทัช
dot
bulletคอร์สเรียน Google Ads Search and Youtube Ads
bulletรับสอน Adwords, อบรม Google Adwords แบบตัวต่อตัว
bulletติดต่อเรา
bulletเดอะตรีทัชสาขานนทบุรี
bulletเดอะตรีทัชสาขาภูเก็ต
bulletเดอะตรีทัช สำนักงานใหญ่
bulletเดอะตรีทัช สาขาขอนเเก่น
bulletการันตี
bulletFAQ
dot
สมัครสมาชิกเพื่อรับ Promotion จาก เดอะตรีทัช
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


คอร์สอบรม Google Ads


Welcome to Treetouch Blog
Blog of Tiles
 


ราคาวัสดุก่อสร้าง
วันที่ 20/03/2013  19:17:59 PM ,ผู้เข้าชม : 11073

ราคาวัสดุก่อสร้าง


วัสดุก่อสร้าง คือ สิ่งจำเป็นอย่างมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคตภายภาคหน้า ไม่ว่าสังคมจะเกิดธุรกิจอะไรขึ้นมา ก็ไม่พ้นวัสดุก่อสร้างในการสร้างธุรกิจนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์หรือแม้แต่ที่อยู่อาศัย ดังนั้นวัสดุก่อสร้างจึงมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และราคาไม่คงที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเป็นหลัก เพราะวัสดุก่อสร้างหนีไม่พ้นเรื่องการขนส่ง และการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลภาคอสังหาริมทรัพย์ วงการวัสดุก่อสร้างเมื่อปี 2553 มีการปรับราคาสำหรับวัสดุก่อสร้างอยู่ที่ 5 – 6% และยังคงต่อเนื่องขึ้นมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งกลางปี 2554 ประเทศไทยเกิดได้ประสบปัญหาภัยพิบัติจากอุทกภัย ทำให้วัสดุก่อสร้างทรงตัวไปจนถึงลดน้อยลง แต่เมื่ออุทกภัยได้ผ่านพ้นไปทั้งเอกชนและภาครัฐจึงมีการปรับปรุงอาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัยทำให้วงการวัสดุก่อสร้างเริ่มมีความกระเตื้องขึ้นมาอีกครั้ง และดีกว่าเดิมเพราะยอดสั่งซื้อเยอะขึ้นจากพื้นที่น้ำท่วมหลายจังหวัดด้วยกัน


ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าอสังหาริมทรัพย์มีการปรับราคาสูงขึ้น แม้จะอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ตามรวมไปถึงยอดขาย ยอดจอง และยอดซื้อที่เพิ่มขึ้นด้วย ถ้าบริษัทรับเหมาก่อสร้างมีกำลังในการต่อรองกับบริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างมากเท่าไหร่ จะยิ่งได้เปรียบคู่แข่งขันมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามสำหรับบริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างก็มีคู่แข่งเช่นกันดังนั้นเรื่องการกดราคาวัสดุก่อสร้างจึงเกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีทางเลือก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการหาข้อมูลและเช็คราคาสินค้าของผู้บริโภคว่าที่ไหนราคาเท่าไหร่ กำลังซื้อได้มากน้อยแค่ไหน คุณภาพดีเพียงใด ราคาวัสดุก่อสร้างจะมีมาตรการคล้ายธุรกิจทั่วไปคือ เมื่อวัสดุก่อสร้างเริ่มเติบโตมากขึ้นพอถึงจุดอิ่มตัวหรือผู้รับเหมาสู้ค่าวัสดุก่อสร้างกับค่าแรงช่างไม่ไหวจะมีการ Layoff ไปเรื่อยๆทำให้วัสดุก่อสร้างมียอดขายลดลงจากนั้นจะมีการลดราคาของวัสดุก่อสร้างต่างๆตามมา หรือไม่ทางร้านวัสดุก่อสร้างอาจมีโปรโมชั่นให้กับผู้บริโภค เช่น ซื้อวัสดุก่อสร้างครบ 1,000 บาท จะได้คู่ปองชิงโชค 1 ใบ เป็นต้น การทำโปรโมชั่นดังกล่าวสามารถเรียกลูกค้าได้มากกว่าการลดราคาวัสดุก่อสร้างอีกด้วย ทั้งนี้การเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมักจะคำนึงถึงความสะดวกสบายเป็นหลัก เน้นเรื่องบริการในการขนส่ง เป็นต้น


ในส่วนของแนวโน้มการขึ้น ลง ราคาของวัสดุก่อสร้างจะขึ้นอยู่กับการเปิดตัวเป็นประชาคมอาเซียน เมื่อประเทศไทยสามารถผลิตวัสดุก่อสร้างได้ประเทศอื่นๆในประชาคมอาเซียนก็สามารถทำได้เช่นกัน ราคาจะสูงหรือต่ำในแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับค่าแรง ถ้าวงการวัสดุก่อสร้างในประเทศไทยมีราคาสูงกว่าประเทศอาเซียนจะกลับกลายว่าของประเทศไทยเป็นตัวเลือกอีก 1 ทาง ผู้บริโภคหลายท่านอาจเล็งเห็นว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่จังหวัดที่ใกล้กับเขตชายแดนถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อวัสดุก่อสร้างได้ในราคาถูก ปัจจุบันบริษัทวัสดุก่อสร้างในหลายพื้นที่เริ่มมีการเล็งหาทำเลที่ตั้งในแถบประชาคมอาเซียนเพื่อให้เข้าถึงเศรษฐกิจอาเซียนก่อนใคร และถือว่าเป็นโอกาสที่ดีอีกด้วย
 

สระว่ายน้ำในร่ม
วันที่ 13/12/2012  15:14:38 PM ,ผู้เข้าชม : 4568

สระว่ายน้ำในร่ม

สระว่ายน้ำในร่ม หรือเรียกอีกอย่างว่าสระว่ายน้ำแบบ Indoor เป็นสระว่ายน้ำที่อยู่ในพื้นที่ของอาคารหรือที่อยู่อาศัย ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมสร้างสระว่ายน้ำในร่มเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงความร้อนแรงจากแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวของผู้ใช้สระว่ายน้ำ เช่นเป็นโรคมะเร็งผิวหนังเป็นต้น  ดังนั้นการหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้จึงเป็นการนำสระว่ายน้ำเข้ามาอยู่ภายในบ้านอีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว

สระว่ายน้ำในร่ม


การสร้างสระว่ายน้ำในร่ม จึงต้องผ่านการออกแบบและการคำนวณที่ดีของวิศวกรแต่ละบริษัท สระว่ายน้ำในร่มสามารถทำให้บ้านดูหรูหรามีระดับขึ้นมา พร้อมกับเป็นของตกแต่งบ้านที่ลงตัว แค่นั่งชมก็สามารถทำให้ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจากการว่ายน้ำได้อีกด้วยและ การว่ายน้ำถือว่าเป็นกีฬาที่มีความปลอดภัยมากที่สุด

สระว่ายน้ำในร่มจะเป็นระบบแบบ skimmer คือระบบน้ำวนที่น้ำไหลกลับเข้าถังบำบัดแล้วนำออกมาใช้ใหม่ ที่ไม่ใช้ระบบ overflow หรือระบบน้ำล้นเพราะน้ำที่ล้นออกมาอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเบื้องข้างขอบสระว่ายน้ำได้ ส่วนน้ำในสระว่ายน้ำสามารถใช้ได้ทั้งคลอลีนและเกลือขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของผู้บริโภค แต่ถ้าใช้สระคลอลีนต้องทำใจกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพผมและสภาพของผิว

สระว่ายน้ำในร่ม

สำหรับสระว่ายน้ำในร่มจะไม่เน้นความกว้าง ความยาว เน้นที่รูปทรง รูปแบบของสระว่ายน้ำที่สามารถทำให้กลมกลืนกับบ้านรูปทรงสระว่ายน้ำมีอยู่ 2 แบบ คือ รูปทรงเลขาคณิตและรูปทรงอิสระ สระว่ายน้ำในร่มส่วนใหญ่จะใส่น้ำไม่เต็มสระเพื่อป้องกันการกระเฉาะที่เกิดจากการว่ายน้ำไปมาเพื่อไม่ให้สิ่งของที่อยู่ในบ้านได้รับความเสียหาย อีกทั้งรอบๆบริเวณสระว่ายน้ำในร่มควรเลือกปูกระเบื้องผิวหยาบเพราะกระเบื้องผิวหยาบเมื่อเปียกน้ำสามารถช่วยกันลื่นได้เป็นอย่างดีแต่การสร้างสระว่ายน้ำในร่มต้องวางแผนก่อสร้างบ้าน

สถาปนิกจะได้คำนวณพื้นที่สำหรับสร้างสระว่ายน้ำได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าสร้างบ้านก่อนแล้วอยากต่อเติมสระว่ายน้ำเพิ่มแต่ต้องการให้อยู่ในร่มควรทำเป็นหลังคาหรืออาจก่อห้องกระจกขึ้นมาเพื่อป้องกันแสงแดดและฝุ่นละอองตกลงบนผิวน้ำในสระว่ายน้ำ

ทั้งนี้สระว่ายน้ำที่อยู่ในบ้านควรมีระบบความปลอดภัยจากเด็กเล็กอาจสร้างขอบสระให้สูงขึ้นมาหรือกั้นบริเวณมีประตูปิดมิดชิดเพื่อป้องกันเด็กตกลงไปในสระว่ายน้ำได้ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรหาวิธีป้องกันในเรื่องนี้ด้วย

กระเบื้อง scg
วันที่ 02/11/2012  12:07:43 PM ,ผู้เข้าชม : 16467

กระเบื้อง scg

บริษัท scg คือบริษัทเครือซีเมนต์ไทย มีการเปิดตัวการทำงานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2456 มีสินค้าเป็นปูนซีเมนต์เป็นอันดับแรกของประเทศ ต่อมาได้มีการขยายกิจการในวงการก่อสร้างจึงค้นคิดริเริ่มผลิตกระเบื้องมุงหลังคาและเหล็กเป็นแห่งแรกในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นบริษัทเครือเดียวกับตราช้างจึงมีการรวมสัญลักษณ์โดยการนำรูปช้างมาใส่ไว้ในหกเหลี่ยม นอกจากปูนซีเมนต์ที่เป็นสินค้าหลักของเครือซีเมนต์ไทยแล้วยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายตัวด้วยกันที่สร้างชื่อเสียงให้กับปูนซีเมนต์ไทย ผลิตภัณฑ์หลักของ scg จะเน้นที่พวกกระเบื้องเซรามิคแบบปูพื้นและบุผนัง , กระเบื้องแก้ว , กระเบื้องซีเมนต์ เป็นต้น

กระเบื้อง scg
ตัวอย่างกระเบื้องดูดซับกลิ่นของ SCG


กระเบื้องเซรามิคของ scg หรือที่รู้จักกันดีในนาม กระเบื้อง cotto ทั้ง 2 ยี่ห้อนี้คือบริษัทเดียวกัน กระเบื้อง scg เป็นกระเบื้องที่ผ่านกรรมวิธีในการผลิตที่มีคุณภาพเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมจนถึงขั้นตอนการทำเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมแรงอัดสูงเพื่อทำเป็นแผ่นกระเบื้องออกมา กระเบื้อง scg จึงมีความทนทานแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย ด้วยแรงอัดของเครื่องมือที่ทันสมัยเนื้อแผ่นกระเบื้อง scg จึงมีรูพรุนน้อยและดูดซึมน้ำต่ำ กระเบื้อง scg มีทั้งกระเบื้องปูพื้น กระเบื้องบุผนังและกระเบื้องมุงหลังคา ในส่วนของกระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องบุผนังจะเป็นกระเบื้องเซรามิค ขนาดของกระเบื้องปูพื้นจะอยู่ที่ 8”x8” , 12”x12” , 16”x16” , 18”x18” ส่วนขนาดของกระเบื้องบุผนังจะอยู่ที่ 4”x4” , 8”x16” , 8”x24” เป็นต้น กระเบื้อง scg มีทั้งกระเบื้องเซรามิคและกระเบื้องแก้ว ในส่วนของกระเบื้องแก้วมีทั้งลายโมเสกและลายการ์ตูนเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่มีลวดลายจะเป็นกระเบื้องบุผนังและมีหลากหลายเกรดให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้

กระเบื้อง SCG
ตัวอย่างกระเบื้องโมเสคของ SCG

กระเบื้องบุผนังมีแบบ Deluxe และแบบ High-end ซึ่งจะมีราคาสูงกว่า Deluxe ทั้งนี้เรื่องของการแบ่งเกรดขึ้นอยู่กับส่วนผสมแต่ละตัวของกระเบื้องแต่ละชนิด Deluxe และ High-end ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพนำมาผลิตเป็นแผ่นกระเบื้องรวมไปถึงขั้นตอนการตกแต่งลวดลายลงบนแผ่นกระเบื้องจึงทำให้กระเบื้อง 2 กลุ่มนี้มีราคาสูงกว่าแบบปกติ สำหรับกระเบื้องแก้วจะเป็นกระเบื้องระดับ Medium to high ส่วนใหญ่นำไปประดับตกแต่งแทรกกระเบื้องสีพื้นเพื่อให้สีพื้นดูโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกระเบื้องปูพื้นมีลวดลายให้เลือกหลากหลายเช่นกัน มีทั้งลายโบราณ , ลายที่ทันสมัยและลายไม้ที่ให้ความรู้สึกเสมือนใช้ไม้จริงและสีพื้นทั่วไป กระเบื้อง scg ถือได้ว่าเป็นกระเบื้องที่มีคุณภาพดีทั้งวัตถุดิบที่เลือกใช้รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในกระบวนการการผลิตแต่ละขั้นตอน ทำให้เป็นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคสนใจที่มีความสนใจเลือกใช้ กระเบื้อง scg จึงไม่น่าตัดสินใจยากจากคุณภาพของตัวกระเบื้อง

กระเบื้องโฮมโปร
วันที่ 02/11/2012  12:06:19 PM ,ผู้เข้าชม : 30463

กระเบื้องโฮมโปร

หนึ่งในสามเสือแห่งวงการ คือ โฮมโปร

ศึกสามทัพประกอบไปด้วย โฮมโปร-โฮมเวิร์ค-โฮมมาร์ท เพื่อชิงเป็นเจ้าตลาดแห่ง Moder Trade โมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้าง ของเมืองไทย

ศึกสามเส้าตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าปรับปรุงคุณภาพชีวิตในบ้านรบหนักยืดเยื้อ โฮมโปรชนโฮมเวร์ดเปิดศึกใหญ่ชนใหญ่แข่งเปิดสาขาใหม่ยึดทำเลงามกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด ส่วนโฮมมาร์ทใช้แผนพันธมิตรธุรกิจหนุนร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ผนึกกำลังเปิดสมรภูมิย่อยทั่วประเทศ เผยขุมกำลังพอฟัดพอเหวี่ยงกัน เบื้องหลังโฮมโปรคือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แชมป์ตลาดที่อยู่อาศัย โฮมเวิร์คเป็นแขนขาของเซ็นทรัลเบอร์หนึ่งห้างสรรพสินค้า โฮมมาร์ทเป็นแนวรุกของเอสซีจี ปูนใหญ่ สงครามครั้งนี้ไม่มีคำว่าแพ้


โฮมมาร์ท 400 สาขาทั่วประเทศ

ภาพของโมเดิร์นเทรดด้านวัสดุก่อสร้าง และสินค้าปรับปรุงคุณภาพชีวิตในบ้าน ดูเหมือนว่า โฮมโปรค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กับโฮมเวิร์ค ค่ายเซ็นทรัล จะดูยิ่งใหญ่ตระการตา แต่เมื่อดูสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และมีพันธมิตรจากร้านค้าวัสดุก่อสร้างแต่เดิมที่พลิกสถานะจากร้านค้าดั่งเดิมมาเป็นร้านสมัยใหม่ สามารถตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มช่างรับเหมาก่อสร้างได้อย่างดี จะเป็นโฮมมาร์ท ค่ายปูนซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี

โฮมมาร์ทเป็นกิจการร่วมกันระหว่างเครือปูนซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจีกับพันธมิตร บริษัท ซิเมนต์ไทยการตลาด จำกัดในเครือปูนซิเมนต์ไทย เป็นผู้ดูแลกิจการ ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท ปัจจุบันกิจการซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ทมี 2 รูปแบบคือ รูปแบบแรก ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ เน้นการบริการผู้บริโภคโดยตรง รูปแบบที่สอง ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท บิลเดอร์ เน้นการบริการกลุ่มช่างก่อสร้าง วิธีการคือปรับปรุงร้านค้าวัสดุก่อสร้างแต่เดิมให้เป็นรูปโฉมใหม่ ทันสมัย มีเนื้อหาการบริหารงานด้วยระบบการบริหารจัดการที่ดีตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงใจ

จุดแข็งของร้านค้าปลีกซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ทคือ มีฐานผู้แทนจำหน่ายแต่งตั้งอยู่ประมาณ 550 ราย ทั่วประเทศ ซึ่งจะพัฒนาเป็น ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ และซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท บิลเดอร์ จุดหลักคือพิจารณาตามความเหมาะสมของทำเลที่ตั้งของสาขา และความพร้อมของตัวผู้แทนจำหน่ายเป็นอันดับแรก ปัจจุบันมีร้านโฮมมาร์ทราว 400 ร้าน แบ่งเป็นร้าน โฮมมาร์ท แม็กซ์ราว 100 ร้าน และร้าน โฮมมาร์ท บิลเดอร์ราว 300 ร้าน

แนวทางทำตลาด ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท วางตำแหน่งเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบ Stand Alone ไม่อิงกับห้างสรรพสินค้า ไม่เป็นโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ที่มีสินค้าและบริการอื่นๆ โฮมมาร์ทเน้นการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก และสร้างความหลากหลายด้วยสินค้าในกลุ่มเคหภัณฑ์ โฮมมาร์ทมีสินค้า 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องมือช่างและฮาร์ดแวร์ กลุ่มสีและเคมีภัณฑ์ กลุ่มประตูและอุปกรณ์ กลุ่มไฟฟ้าและอุปกรณ์ และสุดท้ายกลุ่มประปาและตกแต่ง

แม้โฮมโปรและโฮมเวิร์คจะไม่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับโฮมมาร์ทแต่ในภาพกว้างแล้วก็ช่วงชิงกำลังซื้อจากเจ้าของบ้านและช่างก่อสร้างให้มาเป็นลูกค้าของตนเอง

ดังนั้นแต่ละค่ายจึงพยายามขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองเพื่อให้ได้ชัยชนะ หรือบรรลุเป้าหมายของตนเอง


กลยุทธ์สร้างจุดแข็ง

โฮมมาร์ทเน้นการสร้างจุดแข็งให้กับ ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ทอย่างไร? สุรศักดิ์ ไกรวิทย์ชัยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิเมนต์ไทยการค้าปลีก จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสนใจเรื่องการดูแล ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งนี้ในความเป็นจริงผู้บริโภคจะมีบทบาทร่วมเลือกประเภทของวัสดุอุปกรณ์ ส่วนหน้าที่ในการซ่อมแซม และการเลือกซื้อสินค้ายังคงเป็นหน้าที่ของช่างมากกว่าตัวเจ้าของบ้าน ดังนั้นอิทธิพลเรื่องการตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่จึงยังอยู่ที่ตัวช่างเป็นหลัก

ดังนั้นเอสซีจีจะให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนเอาท์เล็ตในรูปแบบ ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท บิลเดอร์ มากกว่า ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการทำตลาดที่จะเน้นการค้าส่งกับกลุ่มเป้าหมายช่างเป็นหลัก เพราะเป็นตลาดที่ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจีมีความถนัดอยู่แล้ว เป็นธุรกิจเดิมของร้านค้าปลีก เอสซีจีเข้าไปช่วยพัฒนาระบบการทำงานให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เอสซีจีมีร้านต้นแบบอยู่ที่สาขาถนนสุขาภิบาล 3 รูปแบบของร้านจะเป็นการลงทุนของผู้แทนจำหน่าย ทางเอสซีจีให้การสนับสนุนในเรื่องของป้ายต่างๆ เช่น ป้ายชื่อหน้าร้าน ป้ายโฆษณาก่อนถึงร้าน ขนาดพื้นที่เล็กสุดของร้าน ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ ประมาณ 600 ตารางเมตร และไม่เกิน 2,500 ตารางเมตร ส่วนร้าน ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท บิลเดอร์ มีพื้นที่ประมาณ 150 ตารางเมตร

การสร้างสร้างแบรนด์ “ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท” ให้แข็งแกร่ง และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สร้างความชัดเจนว่าเป็นศูนย์สินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง และเคหะภัณฑ์คุณภาพจากเครือซิเมนต์ไทย รวมถึง แบรนด์ชั้นนำ เป็น Total Home Solution โดยผนึกกำลังพันธมิตรในเครือซิเมนต์ไทยให้บริการครบวงจร นี่เป็นแผนรุกทางด้านกว้าง ส่วนแผนด้านลึกคือ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของร้านค้าปลีกหรือผู้แทนจำหน่าย ด้วยการลงทุน 200 ล้านบาท สร้างนวัตกรรมด้าน CRM โดยจับมือกับผู้แทนจำหน่าย ร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลของกลุ่ม End User ทั้งเจ้าของบ้านและช่างรับเหมา ข้อมูลนี้ถือว่าเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สุด ที่จะนำมาใช้วางแผนการตลาดต่อไป และจะทำให้บริษัทและผู้แทนจำหน่ายเข้าใจ สามารถเข้าถึง และตอบสนองตรงความต้องการของลูกค้าปลายทางแต่ละกลุ่ม ซึ่งบริษัทได้นำการบริหารงานรูปแบบใหม่ และเริ่มใช้งานอย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่กลางปี 2005 ส่งผลให้ปัจจุบันซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ท มีข้อมูลของลูกค้าในวงการวัสดุก่อสร้างอย่างครบถ้วน

ดังนั้นโฮมมาร์ท จึงเน้นที่การบริการ อาทิ บริการให้คำปรึกษาเรื่องวัสดุก่อสร้าง และการแก้ปัญหาเรื่องบ้าน, บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการเลือกใช้กระเบื้อง พร้อมบริการออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3D Web Design โดย Cotto Tiles Studio, บริการให้คำปรึกษาเรื่องหลังคาโดย Cementthai Roofing Center และ บริการให้คำปรึกษา และอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อคอนกรีตผสมเสร็จ CPAC เป็นต้น

นอกจากนี้ โฮมมาร์ทยังเสริมความแข็งแกร่งจากภายในด้วยการทำโครงการที่จะช่วยพัฒนาเครือข่ายช่างผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานร้านโฮมมาร์ท เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Total Home Solution โครงการที่เป็นเครื่องมือของกลยุทธ์นี้คือ สถาบันนายช่างดี เป็นสถาบันการฝึกอบรมบุคลากรสำหรับวงการช่าง ที่ทยอยจัดให้ SCG Cement และ SCG Building Materials ตามชื่อที่พยายามสร้างขึ้นใหม่ตามแนวทางสร้างแบรนด์ เอสซีจี ทั้งนี้เพื่อสร้างเครือข่ายช่าง และผู้รับเหมาให้แก่ร้านโฮมมาร์ท ส่วนอีกโครงการคือ โครงการทวิภาคี เป็นความร่วมมือระหว่างโฮมมาร์ท กับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา โดยการมอบทุนการศึกษาระดับ ปวช.ให้กับนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจนจบการศึกษา เพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้แก่เครือข่ายร้านโฮมมาร์ททั่วประเทศ เอสซีจีวางเป้าหมายว่า พลังการขยายของโฮมมาร์ทนั้นจะทะลุยอด 5 หมื่นบ้านบาทในปีนี้


โฮมโปร โฮมเวิร์คเร่งสร้างชื่อ

ตำแหน่งของโมเดิร์นเทรดโฮมโปรคือ สินค้าดีคนขายมีความรู้และมีฐานสมาชิก พนักงานมีคุณภาพสูงของโฮมโปรประสบความสำเร็จอย่างดี สร้างชื่อติดตลาด จนทำให้ใครต่อใครที่ต้องการซื้อสินค้าเพื่อปรับปรุงการใช้ชีวิตในบ้านต้องคอยแวะเวียนเข้าไป ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรของโฮมโปรประสบความสำเร็จด้านชื่อเสียงในเวลาเพียง 10 ปี

การแข่งขันของโฮมเวิร์คเริ่มต้นจาก การใช้ชื่อเซ็นทรัลมาช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า การขยายสาขาแบบสแตนอโลนเพิ่มขึ้น เพื่อเน้นว่า เซ็นทรัลเอาจริง มิใช่เป็นเพียงทำไฟท์ติ้งแบรนด์ เตะสกัดคู่แข่งเท่านั้น แต่พร้อมที่จะแย่งความเป็นหนึ่งในโมเดิร์นเทรดเซ็กเม้นท์นี้

การขยายตลาดโฮมโปรใช้กลยุทธ์แบบขยายลูกค้าจากบนลงล่างหรือ Trickle Down ช่วง 5 ปีแรกสร้างภาพลักษณ์สินค้าคุณภาพสูง บริการเยี่ยม ราคามาตรฐานเจาะขายลูกค้ากลุ่มบีบวกขึ้นไป มาสู่การนำสินค้าราคาย่อมเยามาขายในโฮมโปรมากขึ้นทั้งประเภทและปริมาณเป็นสินค้าที่ไม่เพียงดูดีอยู่ในห้างโฮมโปร แต่ยังสามารถซื้อมาไว้ในบ้านด้วยเพราะราคาย่อมเยาลงจากหลักแสนเป็นหลักหมื่น เช่น อ่างน้ำวน เป็นต้น เกมรุกต่อเนื่องใน 2-3 ปีคือ โฮมโปรเพิ่มรายการสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของตนเอง

ฝั่งเซ็นทรัลมีสินค้าตั้งแต่ระดับพรีเมี่ยมลงมาถึงระดับซี กลุ่มลูกค้ากว้างขวางอยู่แล้วทำให้โฮมเวิร์คเริ่มต้นที่สินค้าระดับราคาปานกลาง และมีการขยับสู่ราคาสูงขึ้นในสาขาที่มีพื้นที่ขายใหญ่ถึงหมื่นตารางเมตรเป็นรูปแบบ Trickle up ขยับจากล่างขึ้นบน

การสร้างชื่อเสียง การขยายฐานลูกค้าของโฮมโปรและโฮมเวิร์ค สร้างสีสันในการแข่งขันได้อย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจัดการลดราคาสินค้าประชันกันอย่างเต็มที่ ในชื่อคล้ายกันคือ โฮมโปร เอ็กซ์โป และโฮมเวิร์คเอ็กซ์โป ตามสาขาขนาดใหญ่ของตนเองและออกงานมหกรรมโดยเฉพาะที่เมืองทองธานี


ป้อมปราการที่ตีไม่แตก

ความสำคัญแต่ละสาขาของโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าปรับปรุงคุณภาพชีวิตในบ้าน เปรียบเสมือนป้อมปราการสำคัญในการรบ

โฮมโปรและโฮมเวิร์ดเป็นคู่ต่อสู้ที่เน้นเรื่องนี้ เน้นความใหญ่โตบริการครบวงจร โฮมโปรตั้งเป้ามีสาขา 40 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งจะมีพื้นที่ขายเฉลี่ย 1 หมื่นตารางเมตร ปัจจุบันโฮมโปรมีสาขา 28 แห่ง ทั่วประเทศ ประกอบด้วยในเขต กทม. มีโฮมโปรรังสิต, แฟชั่น ไอส์แลนด์, ลาดพร้าว, เสรีเซ็นเตอร์, รัชดาภิเษก, เพลินจิต, รามคำแหง, สุวรรณภูมิ, ฟิวเจอร์มาร์ทพระรามที่3, ถนนพระรามที่2, เดอะมอลล์บางแค, ราชพฤกษ์, รัตนาธิเบศร์, แจ้งวัฒนะ และประชาชื่น

ส่วนต่างจังหวัดได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น, อุดรธานี, นครราชสีมา, พัทยา, ชลบุรี, หัวหิน, สุราษฎร์ธานี, สมุย, หาดใหญ่ และ ภูเก็ต

การขยายสาขารวม 28 แห่งดังกล่าวโฮมโปรใช้เวลา 11 ปีลงทุนไปราว 10,000 ล้านบาท พื้นที่ขายร่วม 2 แสน เมื่อเทียบจำนวนสาขาโดยเฉพาะสาขาที่มีพื้นที่ขายขนาดใหญ่แล้วโฮมโปรมีความเหนือกว่าคู่แข่งขันอีก 2 ราย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโฮมโปรเริ่มกิจการโมเดิร์นเทรดอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2539 - 2540 เป็นการสร้างเซ็กเม้นท์ใหม่ให้ตลาดวัสดุก่อสร้าง ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลาดสินค้าปรับปรุงคุณภาพชีวิตก่อนคู่แข่งอย่างโฮมเวิร์คประมาณ 5 ปี

โฮมเวิร์คเปิดพื้นที่ขายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนาชั้น 5 กลางปี 2544 มีพื้นที่ขาย 6 พันตารางเมตร ปัจจุบัน 8 สาขา แบ่งแนวรบเป็น 2 ระดับ

กลุ่มแรก ใช้ใหญ่ชนใหญ่มี 6 สาขา แต่ละแห่งมีพื้นที่ 5 พันตารางเมตรขึ้นไป ได้แก่ สาขาพัทยาใต้ 10,000 ตารางเมตร, เพชรเกษม 67 พื้นที่ 10,000 ตร.ม.), จัสโก้รัตนาธิเบศร์ 6,000 ตร.ม., พระราม 2 พื้นที่ 6,000 ตร.ม., เซ็นทรัลรังสิต 7,400 ตร.ม. และเซ็นทรัลบางนา


กลุ่มที่สอง โฮมเวิร์ค ดีไอวาย ร้านฮาร์ดแวร์สะดวกซื้อ มีจำนวน 2 สาขาพื้นที่ขนาดประมาณ 1,000 ตารางเมตร อยู่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว และเซ็นทรัล เฟสติวัลภูเก็ต ดูแล้วโฮมเวิร์ค ดีไอวาย จะไปใกล้เคียงโฮมมาร์ทร้านค้าวัสดุก่อสร้างปรับปรุงใหม่ในทำเลเดิม
การขยายสาขาในอนาคตโฮมเวิร์คประกาศแผนลงทุนขยายสาขาใหม่แบบปี 2550 - 2552 อีก 6-8 สาขา ทำเลเป้าหมายคือ ภูเก็ต เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ บางใหญ่ และบางนา รูปแบบการขยายสาขามีทั้งการเช่า การซื้อ ไม่จำกัดแบบใดแบบหนึ่ง งบประมาณเตรียมไว้ราว 5,000 ล้านบาท จุดแรกของแผนรุกใหญ่จะเป็นที่เชียงใหม่ อาศัยชื่อเซ็นทรัลดึงดูดค้าทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ถัดไปคือปรับปรุงสาขาเดิมๆ ที่ไม่สะท้อนภาพโมเดิร์นเทรด ไล่ตั้งแต่เซ็นทรัลบางนา และที่สำคัญคือสาขารังสิต

โฮมโปรเร่งขยายสาขาเช่นกัน ปี 2550 ต่อเนื่อง 2551 มุ่งขยาย 5-6 แห่ง อาทิ รามอินทรา, ระยอง และที่พัทยา เพื่อเพิ่มยอดรวมสาขาในสิ้นปีนี้เป็น 30 แห่งใน กทม. วิ่งใกล้ 20 แห่งและต่างจังหวัดขยับไปสู่ 15 แห่ง

ทั้งสองค่ายมุ่งหวังว่าจะสร้างป้อมปราการที่ตีไม่แตกให้กับโมเดิร์นเทรดสินค้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และตกแต่งบ้าน สนับสนุนให้การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของลูกค้าสะดวกมากขึ้น


เสริมความแข็งแกร่งการบริหาร

การบริหารที่สำคัญคือ การสร้างฐานลูกค้าและบริหารการขายสินค้าและบริการจากฐานลูกค้า ดังนั้นโฮมโปรใช้เงินลงทุนในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบ SAP ใช้ในการตรวจเช็กสต็อกวันต่อวัน โดยไม่ต้องใช้คนตรวจดูสินค้าตามชั้นดิสเพลย์ สินค้าในสต็อก ทำให้สามารถคำนวณสินค้าคงคลัง กำหนดระยะเวลาจัดส่งสินค้าแม่นยำขึ้น รวมทั้งเก็บข้อมูลรายละเอียดของลูกค้าทั้งการซื้อและแผนที่ตั้งบ้านเพื่อการส่งมอบและบริการอื่นๆ

นอกจากนี้ โฮมโปรสร้างโมเดลรูมจำลองการตกแต่งห้องหลากหลายรูปแบบเพื่อจุดไฟจิตนาการเรื่องตกแต่งบ้าน ตกแต่งห้องต่างๆ ให้ลูกค้าอาทิ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน ไปจนถึงเอ็นเตอร์เทนเมนต์รูม ดูหนัง ฟังเพลง ร้องเพลง เป็นต้น เมื่อเห็นแล้วรู้ราคาสามารถจ่ายได้ก็สั่งซื้อ

โฮมเวิร์คใช้วิธีการสร้างฐานลูกค้าจากบัตรสมาชิกสารพัดของเซ็นทรัล และมีทีเด็ดที่ตั้งใจทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนโฮมเวิร์คเป็นบ้านของเพื่อนฝูงที่สามารถเดินการตกแต่งห้องแล้วยังสามารถนำไปใช้ได้จริงกับบ้านของตนเอง เน้นการตกแต่งให้ได้บรรยากาศดังกล่าวโดยเฉพาะการตอบสนองลูกค้าฝ่ายหญิง ทั้งนี้เพราะการซื้อของเข้าบ้านนักการตลาดรู้กันอยู่ว่า คนตัดสินใจคือผู้หญิง คนจ่ายเงินคือผู้ชาย กลยุทธ์ที่ใช้คือ แคมเปญ แคริ่งมาร์เก็ตติ้งในส่วนของการเน้น Customer care ควบคู่ไปกับการสร้างความพึงพอใจให้ซัพพลายเออร์ และสังคมด้วยรวม

ในที่สุดแล้วจุดชี้ขาดชัยชนะจะอยู่ที่การบริหาร อยู่ที่บุคลากรระดับบริหารและไล่เรียงลงมาถึงบุคลากรที่บริการผู้ซื้อ ณ จุดขาย ว่าค่ายไหนจะสามารถสร้างคนที่มีคุณภาพสูงกว่ากัน

 

แบบบ้านใหม่
วันที่ 13/08/2012  15:38:23 PM ,ผู้เข้าชม : 5839

แบบบ้านใหม่

สถาปนิกชี้แนวออกแบบบ้านตะวันออกมาแรง โดยเฉพาะคนไทยที่เริ่มใส่ใจกระแสสุขภาพ เน้นธรรมชาติ คาดผู้ประกอบการที่จะเน้นรูปแบบนี้ต้องใช้งบออกแบบและตกแต่งเพิ่ม 5-10% ตามแนวคิดการออกแบบ

วรวิทย์ อังสุหัสต์
สถาปนิกนิตยสารบ้านและสวน

นายวรวิทย์ อังสุหัสต์ สถาปนิกนิตยสาร บ้านและสวน กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง แนวโน้มและทิศทางของบ้านและการตกแต่งในปีนี้ ว่าแนวโน้มการตกแต่งบ้านสไตล์ตะวันออกจะได้รับความนิยมแทนสไตล์การตกแต่งตะวันตก ประเภทหลุยส์ที่จะไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป

ดังนั้น เม็ดเงินในการลงทุนของผู้ประกอบการจากนี้ไป จึงถูกนำมาใช้ในการออกแบบในสไตล์ตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการจัดสรรรูปแบบอิงธรรมชาติ เพื่อปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนไป แต่การออกแบบและตกแต่งบ้านให้ออกมาในแนวนี้จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากราคาค่าตกแต่งแบบปกติ

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระแสตะวันออกมาแรง จะมีการสร้างห้องนั่งสมาธิ ห้องสปา หรือห้องฝึกโยคะ มีให้เห็นมากขึ้น” นายวรวิทย์ กล่าว

ด้าน นายทรงพล เนรกัณฐี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ต่อจากนี้จะหันมาเน้นสไตล์ที่เป็น Luxuary Contemporary มากขึ้น เป็นรูปแบบที่สามารถปรับให้เข้ากับแนวตะวันออกที่เน้นโทนสีอ่อน ที่เข้ากับการออกแบบบ้านดีไซน์ประเภทนี้

“ปัจจุบันผู้ผลิตวัสดุและเฟอร์นิเจอร์หลายรายจะหันมาเน้นแนวตะวันออก ประเภทอิงธรรมชาติ เห็นได้ชัดในกลุ่มผู้ผลิตกระเบื้อง ที่เน้นเท็กซ์เจอร์ของลาย และเจาะกลุ่มลูกค้า เฉพาะมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันวัสดุธรรมชาติจะหายากมาก ทำให้ต้องใช้วัสดุอย่างอื่นทดแทน อาทิ การใช้หินอ่อนเทียม ไม้สังเคราะห์ เป็นต้น” นายทรงพล กล่าว

ที่ผ่านมากระแสหลักในเรื่องของความต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ หลักฮวงจุ้ย รวมถึงกระแสรักสุขภาพ ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจด้วยการนำสิ่งที่เป็นธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งบ้าน ควบคู่ไปกับหลักฮวงจุ้ยได้อย่างลงตัว ส่วนรูปแบบของสวนจะเรียบง่าย โปร่งตาแบบสมัยใหม่ ใช้ต้นไม้น้อยลง โดยจะเลือกใช้ต้นไม้เมืองร้อนอย่างชัดเจน แต่เพิ่มความสำคัญกับรายละเอียดการใช้วัสดุและแสงไฟในสวน

หน้า 6/8
[ก่อนหน้า]   1 2 3 4 5 6 7 8  [ถัดไป]
[Go to top]